Im Jahr 1958 wurde dieser Kindermörder in/bei Rayong gefasst.
Er soll mehrere Kinder getötet haben und dann ihre Leber gebraten
und gegessen haben.Er wurde zum Tod verurteilt und hingerichtet.
Darüber wurde wohl auch ein thail.Film gedreht.Den unten eingestellten thail.
Text mit Google übersetzten lassen und man kann die Hauptfakten dazu lesen



นนี้ในอดีต วันที่ ๒๗ มกราคม ปีพ.ศ. ๒๕๐๑
หรือปี ค.ศ. 1958.
เกิดคดีประวัติศาสตร์ นายซีอุย แซ่อึ้ง ฆาตกรฆ่าเด็กกินตับและเครื่อนในอวัยวะคน ถูกจับได้ที่จังหวัดระยอง ขณะกำลังทำลายศพเหยื่อเด็กชายวัย ๑๐ ขวบ
เล่าประวัติสักหน่อย ..
นาย ซีอุย แซ่อึ้ง
เกิดเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๐
ถูกประหารชีวิต วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๒
ซีอุย แซ่อึ้ง เป็นชื่อของฆาตกรที่ฆ่าเด็กและนำตับมาต้มกิน เหตุเกิดในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๙๗ - ๒๕๐๑
โดยมีเด็กอย่างน้อย ๖ คนที่ถูก "ซีอุย" สังหาร ซึ่งภายหลังถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน " ซีอุย "
... ✒.
นาย ซีอุย มีชื่อจริงว่า หลีอุย แซ่อึ้ง แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ที่เมืองซัวเถา ประเทศจีน โดยเป็นลูกคนที่ ๓ จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๑๒ คน ของนายฮุนฮ้อ กับ นางไป๋ติ้ง แซ่อึ้ง
ครอบครัวมีฐานะยากจนที่ทำการเกษตร เมื่อยังเป็นเด็กและเป็นวัยรุ่น ซีอุย มีส่วนสูงเพียง ๑๕๐ เซนติเมตรเท่านั้น จึงมักถูกรังแกอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักบวชรูปหนึ่งได้แนะนำเขาว่า " ถ้าอยากจะมีร่างกายแข็งแรงต้องกินเนื้อหรืออวัยวะมนุษย์" ซึ่งคำสอนนี้ได้ฝังอยู่ในใจ"ซีอุย" มาเสมอ ..
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ตอนนั้น นายซีอุยอายุครบ ๑๘ ปีเต็ม เขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารรบในสงครามโลกครั้งที่สอง เขาประจำอยู่หน่วยรบทหารราบที่ ๘ ในขณะที่จีนและญี่ปุ่นทำสงครามกันอยู่ เขาถูกส่งไปรบในสมรภูมิพม่าแนวสนามรบตามรอยต่อตะเข็บชายแดนของจีน เป็นเวลาถึงหนึ่งปีเต็มที่ซีอุยต้องเผชิญกับความลำบากและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายตลอด อาหารก็ขาดแคลน ขณะที่เพื่อนทหารก็ทยอยตายไปเรื่อย ๆ จากการสู้รบ
... จากสนามรบนี้เองแหล่ะที่ ซีอุย ได้มีโอกาศลิ้มรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นครั้งแรกจากที่นี่ !!
เมื่อสงครามสงบ ซีอุยถูกปลดจากการเป็นทหาร ด้วยความแร้นแค้น ซีอุยถูกเพื่อน ๆ ชักชวนให้เข้ามาหางานทำในเมืองไทย โดยหลบหนีเข้าเมืองมาด้วยการเป็นกรรมกรรับจ้างในเรือขนส่งสินค้าชื่อ "โคคิด" เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปีพ.ศ. ๒๔๘๙ ด้วยการหลบซ่อนมาเป็นเวลาถึง ๓ สัปดาห์เต็ม โดยขึ้นฝั่งที่ท่าเรือคลองเตย และหลบซ่อนตัวในโรงแรมห้องแถวเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ต่อมาได้เดินทางไปยังอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปหาญาติ ที่นั่น
ซีอุยทำงานด้วยการรับจ้างทำสวนผักและรับจ้างทั่วไปเป็นเวลานานถึง ๘ ปีเต็ม ก่อนที่ซีอุยจะก่ออาชญากรรม โดยที่ซีอุยมีนิสัยชอบเกาหัวและหาวอยู่เสมอ ๆ มีบุคลิกชอบเก็บตัว ..(เขาว่าอย่างนั้นนะ)
ซีอุยได้จับเด็กมาผ่าเอาตับมากินโดยเชื่อว่าเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ โดยได้ทำการฆ่าเด็ก ๓ รายแรก ที่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนที่จะหลบหนีไปโดยรถไฟและก่อเหตุอีกที่งานฉลองตรุษจีนที่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สุดท้ายถูกจับได้หลังจากคดีฆาตกรรมในจังหวัดระยอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งมีเพียงเหยื่อรายแรกและเป็นรายเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ เป็นเด็กผู้หญิงอายุ ๘ ขวบในขณะนั้น (พ.ศ. ๒๔๙๗)
... สุดท้ายเขาถูกจับขังคุกและประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า เพราะในระหว่างดำเนินคดี ๙ วัน ซีอุยยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือ ๗ คดี และจิตแพทย์ลงความเห็นว่า ซีอุยไม่ได้เป็นบ้า เมื่อในวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๒
ภายหลังมีการสืบค้นคดีโดยมีรายการเชิงข่าวเช่นรายการโทรทัศน์ บางอ้อ ทางช่อง ๙ ของพิธีกร หนุ่ม คงกระพัน และยังรวมทั้งรายการ ย้อนรอย ทางช่องไอทีวี (ในอดีต) ได้แจ้งว่ามีหลักฐานพยานและรูปคดีที่บ่งชี้ได้ว่า ซีอุย ไม่ได้ฆ่าเด็กทุกคน มีเพียงเด็กคนสุดท้ายเท่านั้นที่เป็นหลักฐานมัดตัว ขณะตำรวจได้เข้าจับกุมหลังจากซีอุยลงมือฆ่า และอวัยวะในร่างกายของเหยื่อทุกรายก็ไม่ได้สูญหาย
จึงเป็นที่สงสัยว่าเหตุใด ซีอุย จึงรับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าเหยื่อทุกราย และนำอวัยวะมากิน ซึ่งก็ยังเป็นประเด็นของรูปคดีที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดแม้ในปัจจุบัน ซึ่งผ่านมาหลายสิบปีมากแล้ว .. !!
บ้างก็มีความเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของไทยได้ให้สัญญากับซีอุยว่าให้ซีอุยรับสารภาพ แล้วจะจัดการให้ได้กลับเมืองจีน ด้วยความที่ไม่จัดเจนในภาษาทำให้ซีอุยรับสารภาพ และถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในที่สุด !!
ซึ่งคดีนี้จริงๆ แม้ในยุคปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่คาใจของคนหลายคน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาเนินนานแล้วก็ตาม หากย้อนกลับไปถามชาวบ้านร่วมสมัยที่ยังอาศัยในพื้นที่ ที่บางคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หลายคนยังเชื่อว่าซีอุยไม่ได้เป็นฆาตกรตัวจริงเพราะตำรวจไม่ได้มีหลักฐานใดๆ นอกเสียจากคำรับสารภาพของ นาย ซีอุย เองที่เป็นคนรับสารภาพต่างๆ เพราะอย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่า ถูกหลอกว่าหากรับสารภาพจะเพียงส่งกลับเมืองจีน.
หลังประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแล้ว ปัจจุบัน ศพของซีอุยถูกเก็บเพื่อนำมาตรวจสอบ โดยเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยยังคงถูกเรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑ์ซีอุย" และยังคงอยู่ที่นั้นจนถึงทุกวันนี้..
" เรื่องราวและชีวิตของเขาเคยถูกถ่ายทอดเป็นละครโทรทัศน์ที่โด่งดังมาก เป็นละครที่มีคนติดตามมากที่สุดในยุคนั้น .. ใครทันได้ดูกันบ้างไหมครับ ? "
" ช่วงเกิดเหตุเด็กๆ สมัยก่อนจะถูกพวกผู้ใหญ่ ปู่ย่า ตายาย คุณพ่อ คุณแม่ พี่ เวลาเด็กๆดื้อรั้น งอแง หรือ ร้องไห้ไม่หยุดต่างมักจะหลอกเด็กๆ เหล่านั้นว่า
" ระวังนะ ซีอุยจะมาจับ " !!
(เด็กๆ กลัวกันแทบทุกคนแหล่ะ ..)